วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เติมพลังรัก...ด้วยสมุนไพร

ปฏิบัติ การรัก เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของคนเรา หลายคนพยายามเพิ่มพูนสมรรถภาพทางเพศ การเติมพลังรักด้วยอาหารและสมุนไพรดูจะปลอดภัยที่สุด

ปฏิบัติ การรัก เป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญในชีวิตของคนเรา เหมือนกับทุกๆ สิ่งที่ต้องมีพัฒนาการเพื่อให้สิทธิภาพดีขึ้น หลายคนจึงพยายามเพิ่มพูนสมรรถภาพทางเพศโดยเฉพาะการเติมพลังรักด้วยอาหารและ สมุนไพรเพราะดูจะปลอดภัยที่สุด

อวัยวะสืบพันธุ์จะทำ หน้าที่ได้ดีมีประสิทธิภาพเพียงไรย่อมขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกายเป็น หลัก ระบบไหลเวียนของเลือดคล่องตัว มีความสมดุลของสารอาหารในร่างกายอย่างผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของอวัยวะสืบพันธุ์ลดลงด้วย หรือบางคนที่รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานในการ เผาไหม้สูงตามไปด้วย ตับต้องทำงานหนัก ประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดจึงลดลง เป็นต้น

ส่วน เรื่องของสมุนไพรกับสมรรถภาพทางเพศเป็นของคู่กันในสังคมไทย แต่ข้อเสียของยาพื้นบ้านหรือสมุนไพรไทยคือยังไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ใน ผลต่อร่างกายในระยะยาวที่ชัดเจนมารองรับ ดังนั้นถ้าคิดจะลองใช้สมุนไพรก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยไว้ด้วย โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์หรือผู้ที่ต้องให้นมลูก กลุ่มนี้ห้ามลองเด็ดขาด แม้ว่าสมุนไพรจะได้มาจากธรรมชาติแต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าจะไม่เป็น พิษหรือไม่มีอาการข้างเคียง แต่ตอนนี้มาดูกันก่อนว่ามีสมุนไพรตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง


โสม(Ginseng)
โสมของท้องถิ่นเอเซีย หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Panax ginseng นั้น เป็นที่กล่าวขานว่ามีสรรพคุณทางเพศมานานกว่า 5,000 ปี หมอจีนใช้รักษาสารพัดโรค มีรายงานว่าโสมสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ ช่วยให้ร่างกายรบกับความเครียดและชะลอความชราได้ ยังสามารถเพิ่มสมรรถนะของร่างกาย และความทนทานทางเพศได้ด้วย

โสม มีฤทธิ์กระตุ้นอ่อนๆ ซึ่งเชื่อกันว่าการที่โสมสามารถเพิ่มพลังทางเพศได้เกิดจากการไปกระตุ้นให้ ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนเพศ หรือฮอร์โมนกลุ่มที่เสริมการทำงานของร่างกายเพราะองค์ประกอบบางส่วนของโสมมี โครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศชาย ไฟโตรแอนโดรเจน โสมสามารถเพิ่มการสร้างเชื้ออสุจิ และช่วยให้อสุจิขยันเคลื่อนไหวขึ้นบำรุงระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ให้สะดวกขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณเจ้าน้องชายให้แข็งขันขึ้นด้วย

ทาง องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริการะบุว่าโสมนั้นปลอดภัย ถ้าบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็พบว่ามีอาการข้างเคียงด้วยเหมือนกัน เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ถ้ากินมากเกินไปก็อาจทำให้กระสับกระส่ายนอนไม่หลับได้ และที่ต้องระวังคือให้หยุดกินทันทีที่มีอาการท้องเสีย นอนไม่หลับ คลื่นไส้ และอาเจียน

ห้ามกินโสมพร้อมกับยาอื่นที่มีฤทธิ์กระตุ้น และห้ามกินโสมพร้อมกับแอสไพรินหรือยาที่มีฤทธ์ต้านการแข็งตัวของเลือด และอย่ากินโสมในช่วงสองสัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะอาจมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือด อย่ากินโสม ถ้าหากคุณป่วยเป็นโรคของระบบหัวใจและหลอดเลือดหรือโรคเรื้อรังของระบบทาง เดินอาหาร และสำคัญที่สุดคือ ก่อนกินโสม คุณควรปรึกษาหมอของคุณก่อนเสมอ

แปะก้วย(Gingko biloba)
เป็น สมุนไพรเก่าแก่ที่มีความเป็นพิษค่อนข้างต่ำ และที่ใช้ในเชิงสมุนไพรก็จะเป็นส่วนของใบ โดยมักจะอยู่ในรูปสารสกัดจากใบแปะก้วย ไม่เหมาะที่จะใช้ชงเป็นชาเพราะมีสารบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ใบแปะก้วยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ขยายหลอดเลือดแดง เลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้นจึงอาจช่วยลดอาการหลงลืมในผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซ เมอร์ ดังนั้นจึงอาจช่วยผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้องชายไม่สู้ที่มีสาเหตุจากความผิด ปกติของระบบหลอดเลือดได้เช่นกัน

ใบแปะก้วยไม่มีพิษในระยะยาว และมีอาการข้างเคียงน้อยมาก ถ้ามีก็อาจเป็นเพียงปวดหรือเวียนศีรษะ หรืออาการปั่นป่วนในท้อง ข้อห้ามคือไม่ให้กินร่วมกับแอสไพรินและยาห้ามการแข็งตัวของเลือด เพราะจะมีปัญหาเรื่องเลือดออกได้ และอย่ากินในช่วงสองสัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะอาจมีปัญหาเรื่องเลือดหยุดยาก

มะเขือแจ้เครือ (Polygala Crotalariodes Ham.)
เป็น สมุนไพรไทยเรา ที่ใช้ส่วนรากมาทำเป็นยา จะมีรสออกขมๆ เฝื่อนๆ อมเปรี้ยวเล็กน้อย ว่ากันว่าสามารถเพิ่มความกำหนัดแก้อาการกามตายด้านได้ เป็นสมุนไพรที่ใช้ร่วมกับสมุนไพรอีกหลายตัวในสูตรยาแก้อาการเสื่อมทางเพศของ ชาวเหนือ

โด่ไม่รู้ล้ม (Elephantopus Scaber Linn.)
เป็น สมุนไพรไทยที่มีชื่อน่าสนใจที่สุด ชื่อเรียกจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น หญ้าไก่นกคุ้ม หญ้าสามสิบสองหาบ หนาดผา หญ้าปราบ ด้านสรรพคุณนั้น ทางแพทย์แผนไทยระบุว่าใช้แก้ปัสสาวะพิการและบำรุงความกำหนัดได้ ส่วนที่ใช้ คือทั้งต้น โดยที่มีรสชาติกร่อยออกไปทางขื่นๆ

ม้ากระทืบโรง (Ficus Fovealata Wall.)
มี ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า เดื่อเครือ ม้าทะลายโรง ม้าคอกแตก มันฤาษี กาโร มีสรรพคุณบำรุงความกำหนัดและยังช่วยบำรุงโลหิต แก้ปวดเมื่อย แก้ประดงเลือดได้ด้วย วิธีใช้นั้นให้เอาเถานำมาดองสุรา หรือนำไปต้มแล้วเอามาดื่มก็ได้
นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่นำ มารวมกันเป็นตำรับยาโบราณเพื่อช่วยเพิ่มพลังทางเพศ ส่วนใหญ่จะนำมาดองกับสุราเป็นยาดองเหล้า ถ้าดื่มแต่น้อยจะรู้สึกเลือดลมเดินดี กระชุ่มกระชวยแน่นอน เพราะดีกรีของแอลกอฮอล์นั่นเอง ส่วนตัวยาสมุนไพรจะมีผลแค่ไหน อันนี้ไม่มีใครรับรอง

ไฉนจึงไร้ความกระชุ่มกระชวย (Sex downers)

  • จิตใจ

    มีความกังวล ความเครียด เป็นเหตุที่พบมากที่สุด
  • โรคต่างๆ

    เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคของไขสันหลังก็ทำให้เจ้าน้องชายไร้เรี่ยวแรง
  • แอลกอฮอล์

    เมื่อดื่มช่วงแรกจะออกฤทธิ์กดการทำงานของสมอง ทำให้คุณไม่ค่อยเขินอาย และกล้าทำอะไรๆ มากกว่าปกติ แต่พอดื่มต่อไปการกดสมองจะมากขึ้น จนทำให้มีปัญหาของประสิทธิภาพตามมาได้
  • สูบบุหรี่

    จะทำให้มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะเพศน้อยลง ในผู้ชายจะทำให้เจ้าน้องชายแรงดีเพียงวูบแรก จากนั้นก็จะระทวยไร้กระบวนท่าอย่างรวดเร็ว ส่วนในผู้หญิงนั้นบุหรี่จะไปทำให้การหลั่งสารหล่อลื่นภายในช่องคลอดลดน้อยลง เนื่องจากมีเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นน้อยลง
  • ยาบางชนิด

    จะลด ความต้องการทางเพศลง เช่น ยาลดอาการซึมเศร้าบางชนิด ยาแก้แพ้ประเภท anti histamines ที่ทำให้รู้สึกง่วงซึมจะลดสมรรถนะทางเพศลงด้วย


ดัง นั้นการรักษาสุขภาพดี การเลือกอาหารที่มีประโยชน์ ทำใจให้สงบเบิกบาน ออกกำลังกาน และงดสิ่งต่างๆ ที่เป็นเหตุให้สมรรถภาพถดถอยดังกล่าว ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติภาระกิจกับคู่รักของคุณเป็นไปด้วยดี แต่สนใจจะใช้สมุนไพรเพื่อช่วยเสริมพลังรักก็อย่าลืมว่าก่อนจะใช้สมุนไพร ปรึกษาหมอของคุณก่อนซักนิดก็ดีนะครับ เพราะขึ้นชื่อว่ามีฤทธิ์ทางยานั้นต้องระวังทุกชนิดค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

Google